ฟังดูเหมือนเรื่องแต่ง แต่ทั้งสองกรณีได้รับการบันทึกไว้ในวารสารการแพทย์
กรณีแรกเกี่ยวข้องกับหญิงวัย 27 ปีที่ทรมานจากอาการไอเรื้อรัง มีไข้ และมีเสมหะนานถึงหกเดือน เธอได้รับทั้งยาปฏิชีวนะและการรักษาวัณโรคด้วย แต่ก็ไม่เคยมีอาการดีขึ้น

หลังทำการส่องกล้องหลอดลม แพทย์พบสาเหตุที่แท้จริง: เธอสูดถุงยางอนามัยเข้าไปโดยไม่ตั้งใจระหว่างมีเพศสัมพันธ์ทางปาก ซึ่งติดค้างอยู่ในหลอดลมของปอดข้างขวา หลังนำออกแล้ว ผู้ป่วยฟื้นตัวอย่างสมบูรณ์
กรณีที่สองเกี่ยวข้องกับหญิงวัย 26 ปีที่มาถึงโรงพยาบาลด้วยอาการปวดท้องรุนแรงซึ่งสอดคล้องกับไส้ติ่งอักเสบ ระหว่างการผ่าตัด แพทย์พบเศษถุงยางอนามัยติดอยู่ภายในไส้ติ่ง

ต่อมา ผู้ป่วยอธิบายว่าเธอกลืนมันเข้าไปโดยไม่ตั้งใจระหว่างมีเพศสัมพันธ์ทางปาก สองสัปดาห์ก่อนเริ่มมีอาการ ผู้เชี่ยวชาญสรุปว่าส่วนที่เหลือของถุงยางอนามัยถูกขับออกตามธรรมชาติ แต่มีเศษชิ้นเล็กติดค้างอยู่ในไส้ติ่งและกระตุ้นให้เกิดการอักเสบ

แม้ทั้งสองเหตุการณ์จะพบได้น้อยมาก แต่แพทย์ใช้การเผยแพร่กรณีเหล่านี้เพื่อเตือนผู้คนว่า หากเกิดอุบัติเหตุประเภทนี้หรือมีอาการต่อเนื่อง ควรรีบไปพบแพทย์
